블로그
📌 เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา

สามสิ่งที่ควรเช็กก่อน เมื่อเขียน TOPIK แล้วตัน — GANADA KOREAN

GANADA KOREAN แนะนำสิ่งที่ควรตรวจสอบเวลาฝึกเขียน TOPIK ได้แก่ การจับเนื้อหาที่โจทย์ต้องการ การเชื่อมประโยค และการเขียนใหม่หลังได้รับการตรวจแก้ เป็นคำแนะนำที่ช่วยให้ผู้เรียนระดับกลางและระดับสูงตรวจสอบคำตอบของตัวเองและกำหนดเป้าหมายการเรียนได้ชัดเจนขึ้น

สามสิ่งที่ควรเช็กก่อน เมื่อเขียน TOPIK แล้วตัน — GANADA KOREAN

สวัสดีค่ะ ที่นี่คือ GANADA KOREAN สาขาฮงแด

เวลาฝึกเขียน TOPIK บางครั้งคำศัพท์ก็นึกออก แต่กว่าจะเริ่มเขียนประโยคแรกได้กลับใช้เวลานาน ถึงจะมีเรื่องอยากเขียนมากมาย แต่การเรียบเรียงว่าควรเขียนเรื่องไหนก่อนก็ไม่ง่ายเลย

ในเวลาแบบนี้ ลองตรวจสอบตามลำดับดูนะคะ: เนื้อหาที่โจทย์ต้องการ การเชื่อมโยงระหว่างประโยค และการเขียนใหม่หลังได้รับการตรวจแก้ วันนี้ขอแนะนำวิธีฝึกสามอย่าง ที่ผู้เรียนซึ่งศึกษาไวยากรณ์และคำศัพท์ภาษาเกาหลีมาแล้วสามารถใช้เพื่อเขียนคำตอบจริงให้สมบูรณ์

ข้อแรก คือการเรียบเรียงว่าต้องเขียนอะไร

ก่อนลงมือเขียน ให้แยกดูข้อกำหนดที่อยู่ในคำถามก่อน เป็นขั้นตอนตรวจสอบว่าต้องอธิบายสาเหตุ ต้องเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย หรือต้องเสนอความคิดของตัวเองพร้อมเหตุผล

ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นโจทย์ฝึกที่ถามถึงสาเหตุและผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คุณอาจเขียนคำว่า “สาเหตุ” และ “ผลกระทบ” ไว้ด้านหนึ่งของกระดาษ แล้วจดประเด็นหลักของแต่ละฝั่งสั้น ๆ การกำหนดเนื้อหาที่จะเขียนไว้ก่อน จะช่วยให้มีสมาธิกับการเรียบเรียงประโยคมากขึ้น

ตอนนี้ลองดูด้วยว่าเรื่องที่ตัวเองรู้ดีกับเรื่องที่โจทย์ต้องการนั้นตรงกันหรือไม่ การใช้สำนวนที่คุ้นเคยเยอะ ๆ สำคัญฉันใด การใส่เนื้อหาที่ตรงกับโจทย์ให้ครบถ้วน ก็สำคัญฉันนั้น

เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ลองเทียบคำตอบกับโน้ตที่จดไว้ตอนแรก การตรวจว่าเนื้อหาที่วางแผนไว้ได้เข้าไปอยู่ในงานเขียนหรือไม่ ยังช่วยให้รู้ด้วยว่าระหว่างเขียนเรื่องไหลไปคนละทิศทางหรือเปล่า

ข้อสอง คือการดูว่าประโยคเชื่อมกันด้วยความสัมพันธ์แบบใด

แต่ละประโยคอ่านแล้วเป็นธรรมชาติ แต่พออ่านทั้งเรื่องกลับรู้สึกว่าเนื้อหาเปลี่ยนกะทันหัน เวลาแบบนี้ ก่อนจะเลือกคำเชื่อม ให้ลองคิดถึงความสัมพันธ์ของประโยคหน้ากับประโยคหลังก่อน

จะอธิบายเหตุผล ยกตัวอย่าง หรือพูดถึงเนื้อหาที่ตรงข้าม สำนวนที่ต้องใช้ก็ต่างกันไป แม้จะใส่ “또한” “그러나” “따라서” ก็ควรตรวจสอบว่าคำนั้นตรงกับความสัมพันธ์ของเนื้อหาจริงหรือไม่

เวลาฝึก ลองหยิบข้อคิดเห็นหนึ่งข้อมาเติมเหตุผลและตัวอย่างให้เป็นย่อหน้าสั้น ๆ เช่น ถ้าเขียนความคิดว่า “대중교통 이용이 편리하다” (การใช้ขนส่งสาธารณะสะดวก) ก็อธิบายต่อว่าสะดวกในแง่ไหน พร้อมเล่าสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นข้อนั้น

จากนั้นให้ตัดประโยคที่เนื้อหาซ้ำกันออก และเติมข้อมูลในส่วนที่อธิบายยังไม่พอ แทนที่จะยืดประโยคให้ยาว ขอเพียงโฟกัสที่ การฝึกเขียนให้ผู้อ่านตามลำดับเรื่องได้ ก็พอแล้ว

ข้อสาม คือการนำสิ่งที่ได้รับการตรวจแก้ไปใช้ในประโยคใหม่

หลังได้รับการตรวจแก้ ลองก้าวไปอีกขั้นจากการแค่อ่านคำตอบที่ถูกแก้แล้ว เราแนะนำให้เปรียบเทียบประโยคที่ตัวเองเขียนกับประโยคที่ถูกแก้ แล้วสรุปสั้น ๆ ว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ถ้าแบ่งเป็นหัวข้อ เช่น การใช้คำชี้ กาล การเลือกคำศัพท์ การเชื่อมประโยค ก็จะจับจุดที่ผิดซ้ำ ๆ ได้ง่ายขึ้น ตอนเขียนคำตอบครั้งถัดไป ลองใส่ใจแค่หนึ่งหรือสองข้อในนั้นก่อน แทนที่จะพยายามแก้ทุกอย่างในคราวเดียว ให้กำหนดสิ่งที่จะตรวจสอบแทน

ตัวอย่างเช่น ถ้าประโยคที่อธิบายเหตุผลถูกแก้ ลองใช้โครงสร้างเดียวกันนั้นกับหัวข้ออื่นดู ต้องมีขั้นตอนที่เปลี่ยนเนื้อหาแล้วลงมือเขียนเองเท่านั้น คุณจึงจะนำสำนวนนั้นไปใช้ในคำตอบใหม่ได้

เก็บคำตอบฉบับก่อนแก้ไว้ด้วยก็ดีค่ะ การเทียบดูว่าตัวเองอธิบายส่วนไหนได้ชัดเจนขึ้น จะช่วยให้เห็นกระบวนการเรียนรู้ของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม

เวลาฝึกคนเดียว ให้ซอยหนึ่งรอบออกเป็นขั้นเล็ก ๆ

ช่วงแรกให้โฟกัสที่การอ่านโจทย์และจดเนื้อหาที่จะเขียน ต่อมาค่อยเขียนให้จบหนึ่งย่อหน้า สุดท้ายอ่านงานทั้งชิ้นแล้วตรวจว่าตอบโจทย์หรือยัง และประโยคเชื่อมกันเป็นธรรมชาติหรือไม่

เมื่อคุ้นแล้ว สามารถจับเวลาฝึกตามคำแนะนำของการสอบที่ตัวเองจะเข้าได้ ลองคิดเผื่อทั้งเวลาเขียนให้เสร็จและเวลาตรวจทานครั้งสุดท้าย การตรวจสอบรูปแบบข้อสอบและเงื่อนไขของโจทย์ที่กำลังเตรียม ก็เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการเรียนเช่นกัน

ต้องรู้คำยาก ๆ เยอะ ๆ ถึงจะเขียนได้ดีหรือเปล่า

เวลาฝึก ให้เริ่มจากการสื่อความคิดของตัวเองด้วยสำนวนที่รู้ความหมายและวิธีใช้อย่างแม่นยำก่อน เขียนประโยคที่ใช้ได้อย่างมั่นใจให้ได้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีแสดงความหมายเดียวกันให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ถ้าใช้คำศัพท์ใหม่ ให้ตรวจด้วยว่ามันเข้ากับประโยคหน้าหลังหรือไม่ การรู้ความหมาย กับการใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในประโยคจริง อาจต้องผ่านการฝึกคนละแบบ ตอนตรวจแก้ ลองถามถึงวิธีใช้ของคำที่สงสัย แล้วหลังฟังคำอธิบายก็ลองนำไปใช้กับประโยคอื่นดู

คลาส TOPIK ของ GANADA KOREAN เรียนอะไรบ้าง

คลาส TOPIK ของ GANADA KOREAN สำหรับผู้เรียนระดับกลางและระดับสูง ประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อสอบเก่า การสรุปไวยากรณ์และคำศัพท์สำคัญ การทำข้อสอบแนวคาดการณ์ และการตรวจแก้งานเขียน เป็นคอร์สที่ใช้ตรวจสอบคำตอบของตัวเองและค้นหาจุดที่ต้องเสริมได้

ตอนปรึกษา กรุณาแจ้งระดับเป้าหมาย ระยะเวลาเตรียมสอบ คำตอบที่เพิ่งเขียนเองล่าสุด และส่วนที่รู้สึกว่ายากเป็นพิเศษมาด้วย การพูดว่า “เรียบเรียงย่อหน้าที่อธิบายเหตุผลไม่ค่อยได้” จะสื่อเป้าหมายการเรียนได้ชัดเจนกว่าการพูดว่า “อยากเรียนการเขียน”

การเขียนภาษาเกาหลีก็คือการฝึกเรียบเรียงความคิดเพื่อสื่อสารกับผู้อื่นด้วย ลองหาจากคำตอบที่เขียนวันนี้ดูสักอย่างละหนึ่ง: เนื้อหาที่ตรงกับโจทย์หนึ่งจุด การเชื่อมที่เป็นธรรมชาติหนึ่งจุด และสำนวนที่อยากใช้อีกหนึ่งสำนวน GANADA KOREAN สาขาฮงแดจะช่วยแนะแนวการเรียนภาษาเกาหลีให้ตรงกับเป้าหมายของคุณ


#GANADAKOREAN #โรงเรียนสอนภาษาเกาหลีฮงแด #เขียนTOPIK #เตรียมสอบTOPIK #คลาสTOPIK #การเขียนภาษาเกาหลี #ตรวจแก้งานเขียน #ภาษาเกาหลีสำหรับชาวต่างชาติ #เตรียมสอบภาษาเกาหลี #LearnKorean